สะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะลูกตัวร้อนจี๋ หายใจหอบ หรืออาเจียนไม่หยุด คือฝันร้ายที่สุดของคนเป็นพ่อแม่! เมื่อภาวะฉุกเฉินไม่เลือกเวลา ยาพาราเซตามอลติดบ้านอาจไม่พออีกต่อไป ดังนั้นมาเช็กลิสต์รายชื่อ โรงพยาบาลเด็ก 24 ชม. ที่มีกุมารแพทย์และห้องฉุกเฉินเฉพาะทางพร้อมดูแลลูกน้อยทุกเวลากันเลย พร้อมแนวทางสังเกตอาการผิดปกติที่ควรพาไปพบแพทย์ทันที มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
เช็กลิสต์ โรงพยาบาลเด็ก 24 ชม. ที่มีกุมารแพทย์ตลอด
รวบรวมมาให้แล้วกับรายชื่อ โรงพยาบาลที่มีหมอเด็ก ตลอด 24 ชม. ลูกป่วยฉุกเฉินเมื่อไหร่ก็พาไปพบแพทย์ได้ทันที ไม่ต้องรอจนถึงเช้า มาดูลิสต์รายชื่อโรงพยาบาลกันเลย
- โรงพยาบาลเจ้าพระยา (โซนปิ่นเกล้า / ฝั่งธนบุรี) เบอร์โทรศัพท์: 02-884-7000
- โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน (โซนสะพานควาย / อนุสาวรีย์) เบอร์โทรศัพท์: 02-271-7000
- โรงพยาบาลวิมุต (โซนสะพานควาย / พหลโยธิน) เบอร์โทรศัพท์: 02-079-0035 หรือ 02-079-0000
- สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) เบอร์โทรศัพท์: 1415 (Call Center) หรือ 02-354-8396
- โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี (โซนฝั่งธนบุรี) เบอร์โทรศัพท์: 02-566-9400 หรือ 02-437-0123
- โรงพยาบาลกรุงเทพ (ซอยศูนย์RESEARCH / เพชรบุรีตัดใหม่) เบอร์โทรศัพท์: 02-310-3000 หรือ 1719
- โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท (โซนสุขุมวิท) เบอร์โทรศัพท์: 02-022-2222
- โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (โซนสุขุมวิท / นานา) เบอร์โทรศัพท์: 02-066-8888 หรือ 1378
- โรงพยาบาลพญาไท 2 (โซนสนามเป้า / อนุสาวรีย์ชัยฯ) เบอร์โทรศัพท์: 02-617-2444
- โรงพยาบาลพระรามเก้า (โซนพระราม 9 / ดินแดง) เบอร์โทรศัพท์: 02-202-9999
- โรงพยาบาลปิยะเวท (โซนพระราม 9 / RCA) เบอร์โทรศัพท์: 02-625-6500 หรือ 1745
- โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา (โซนรามอินทรา / คันนายาว) เบอร์โทรศัพท์: 02-793-5000
- โรงพยาบาลวิภาวดี (โซนวิภาวดีรังสิต / จตุจักร) เบอร์โทรศัพท์: 02-561-1111 หรือ 02-058-1111
- โรงพยาบาลเอกชัย เบอร์โทรศัพท์ 1715 หรือ 034-417-999 ต่อ 2221, 2237
- โรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล เบอร์โทรศัพท์ 02–552–8777
- โรงพยาบาลเวชธานี 1 เบอร์โทรศัพท์ 02–734–0000
อาการแบบไหนของลูก ที่ควรพาไปโรงพยาบาลทันที?
เมื่อลูกน้อยป่วยกลางดึก สิ่งที่พ่อแม่กังวลใจที่สุดคือ “ตกลงอาการนี้รอถึงเช้าได้ไหม หรือต้องพาลูกไปโรงพยาบาลทันที” ดังนั้นมาดูกันว่าอาการแบบไหนที่ควรพาลูกไปหาหมอด่วน ป่วยตอนไหนไปได้เลย ไม่ต้องรอจนถึงเช้า
1.อาการทางระบบหายใจ
- หายใจหอบแรง หรือหายใจเร็วกว่าปกติมาก จนหน้าอกยุบ ท้องบุ๋ม หรือซี่โครงบุ๋มชัดเจนทุกครั้งที่หายใจเข้า
- ปีกจมูกบาน (รูจมูกขยายเข้า-ออกแรงขณะหายใจ)
- มีเสียงหายใจผิดปกติ เช่น หายใจมีเสียงครืดคราดดังมาก หายใจมีเสียงหวีด หรือเสียงดังแหลมตอนหายใจเข้า (สัญญาณของโรคครูปหรือหลอดลมตีบ)
ริมฝีปาก เล็บมือ หรือผิวหนังเขียวคล้ำ ซึ่งแสดงว่าร่างกายขาดออกซิเจนรุนแรง
2.ไข้สูงร่วมกับสัญญาณเตือนทางระบบประสาท
- ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนมีไข้สูง (ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป) ถือเป็นภาวะฉุกเฉินด่วนที่สุด ห้ามให้ยาลดไข้แล้วรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบพบหมอทันที
- ซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมสบตาตอบสนอง
- ร้องกวนโยเยไม่หยุด ร้องเสียงแหลมสูงผิดปกติ (อาจเกิดจากปวดหัวรุนแรงหรือระคายเคืองเยื่อหุ้มสมอง)
- มีอาการชักเกร็ง (แม้จะชักครั้งแรกแล้วหยุดเอง ก็ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อหาสาเหตุ)
- คอแข็ง ก้มคอคางชิดอกไม่ได้
3.ภาวะขาดน้ำรุนแรงจากอาเจียนหรือท้องเสีย
- ซึม แห้ง ไม่มีแรง
- ร้องไห้ไม่มีน้ำตาไหล
- กระหม่อมยุบลงไปชัดเจน (ในเด็กทารก)
- ปากแห้ง ลิ้นแห้ง
- ไม่ปัสสาวะนานเกิน 6-8 ชั่วโมง
4.อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุและอาการอื่นๆ ที่ต้องรีบไป ER
- พลัดตกจากที่สูง (เช่น เตียง โต๊ะ) แล้วมีอาการอาเจียนพุ่ง ซึม ชัก หรือหมดสติทันที
- กินสารเคมีอันตราย น้ำยาทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง หรือกลืนสิ่งแปลกปลอม (เช่น ถ่านกระดุม แม่เหล็ก)
- อาเจียนพุ่งต่อเนื่องทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือกินอาหาร นานเกินครึ่งวัน
- มีผื่นเลือดออกใต้ผิวหนัง (ผื่นสีแดงเข้มหรือม่วงช้ำที่ไม่จางลงเมื่อใช้นิ้วกด)
หากคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่า “ลูกดูผิดปกติไปจากเดิมมาก หรืออาการแย่ลงเรื่อยๆ” แม้จะไม่มีอาการในลิสต์นี้ตรงๆ ก็ควรพาไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย ดีกว่ารอช้าจนสายเกินแก้
สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม ก่อนพาเด็กไป ER ตอนดึก
เมื่อต้องพาลูกไปหาหมอตอนดึก มาดูกันสิว่าคุณแม่ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อช่วยลดความตื่นตระหนก และช่วยให้คุณหมอวินิจฉัยอาการได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
1.เอกสารและข้อมูลสำคัญ
- บัตรประชาชนเด็ก / สูติบัตร: สำหรับใช้ลงทะเบียนประวัติผู้ป่วย
- บัตรประกันสุขภาพ / ประกันอุบัติเหตุ / กรมธรรม์: หากมีประกันสุขภาพเอกชน ควรถ่ายรูปหน้าบัตรและตารางผลประโยชน์เก็บไว้ในมือถือ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการประสานงาน
- ประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัว: หากน้องมีประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร หรือมีโรคประจำตัว (เช่น หอบหืด) ให้เตรียมข้อมูลนี้ไว้แจ้งแพทย์ทันที
- สมุดบันทึกวัคซีน: (ถ้ามีพกติดตัวได้) เพื่อให้แพทย์ดูประวัติวัคซีนล่าสุด
2.ยาและประวัติการรักษาปัจจุบัน
- ชื่อหรือขวดยาที่น้องทานล่าสุด: หากเพิ่งทานยาลดไข้ ยาแก้ไอ หรือยาปฏิชีวนะ ให้ถ่ายรูปฉลากยาหรือพกขวดยาติดตัวไปด้วย เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบปริมาณตัวยาที่ได้รับไปแล้ว ป้องกันการได้รับยาซ้ำซ้อนเกินขนาด
- คลิปวิดีโออาการ (ถ้ามี): หากช่วงก่อนมาโรงพยาบาลน้องมีอาการสำคัญ เช่น อาการชัก หายใจหอบจนซี่โครงบุ๋ม หรือไอเสียงแปลก ๆ ถ้าบันทึกวิดีโอสั้นๆ ไว้ทัน แนะนำให้นำมาให้คุณหมอดูด่วน จะช่วยให้แพทย์เห็นภาพอาการจริงที่บ้านและวินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้นมาก
3.ของใช้จำเป็นสำหรับเด็กและพ่อแม่
- ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (แพมเพิส) และทิชชูเปียก: เผื่อกรณีที่ต้องรอนานหรือน้องท้องเสีย
- เสื้อผ้าสำรอง 1-2 ชุด: เผื่ออาเจียน หรือเลอะระหว่างทาง
- ขวดนม นม หรือน้ำดื่ม (ตามวัยของน้อง): เผื่อเด็กหิวนมระหว่างรอตรวจ (แต่ควรปรึกษาพยาบาลหน้าห้องฉุกเฉินก่อนว่า สามารถให้น้องดื่มน้ำหรือนมได้หรือไม่ในเคสที่มีอาการอาเจียนหรือปวดท้อง)
- ผ้าห่มผืนเล็ก หรือผ้าอ้อมห่อตัว: โรงพยาบาลตอนดึกมักจะอากาศเย็นมาก การมีผ้าห่มส่วนตัวจะช่วยให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและหลับสบายขึ้นท่ามกลางความตื่นกลัว
- ของเล่นชิ้นโปรด หรือตุ๊กตาตัวเก่ง: ช่วยปลอบประโลมจิตใจ ลดความกลัวและลดความเครียดของเด็ก เมื่อต้องเจอหน้าหมอหรือบรรยากาศในห้องฉุกเฉิน
บทสรุป
ลูกป่วยอย่านิ่งนอนใจ ควรสังเกตดูว่าเป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องรีบพาไปพบหมอทันทีหรือเปล่า ถ้ามีอาการเข้าข่ายรุนแรง ให้พาไปพบแพทย์ทันที ซึ่งปัจจุบันมี โรงพยาบาลเด็ก 24 ชม. หลายแห่ง ที่พร้อมให้บริการตลอดเวลา ลูกป่วยตอนไหนก็สบายใจได้เลย
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q1: ถ้าไปโรงพยาบาลตอนตี 2 จะเจอหมอเด็กเฉพาะทางเลยไหม หรือเจอหมอทั่วไป?
A: ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของโรงพยาบาล หากเป็นโรงพยาบาลเด็กเฉพาะทาง หรือโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะมีกุมารแพทย์เวร ประจำการที่ห้องฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง แต่หากเป็นโรงพยาบาลทั่วไปหรือโรงพยาบาลขนาดกลาง ในช่วงเวลากลางดึกอาจมีแพทย์เวรห้องฉุกเฉิน เป็นผู้ตรวจประเมินเบื้องต้น และจะทำการตามกุมารแพทย์เฉพาะทาง มาดูอาการทันทีหากเคสมีความซับซ้อนหรือวิกฤต
Q2: ลูกอายุต่ำกว่า 3 เดือน มีไข้ต่ำๆ แต่ดูซึม ควรไปโรงพยาบาลทันทีเลยไหม?
A: ควรไปโรงพยาบาลทันที ห้ามรอดูอาการหรือให้ยาลดไข้แล้วนอนต่อเด็ดขาด สำหรับทารกแรกเกิดถึง 3 เดือน ระบบภูมิคุ้มกันยังต่ำมาก ไข้เพียงเล็กน้อยอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้เลย
Q3: ค่าใช้จ่ายในการเข้าห้องฉุกเฉินเด็กตอนกลางคืน แพงกว่าเวลากลางวันไหม?
A: โดยทั่วไป มีโอกาสสูงที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเวลากลางวัน เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนมักมีอัตราค่าบริการทางการแพทย์นอกเวลา หรือค่าธรรมเนียมห้องฉุกเฉินที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลากลางคืน วันหยุด หรือนักขัตฤกษ์ หากกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แนะนำให้โทรสอบถามเงื่อนไขเบื้องต้นกับทางโรงพยาบาลก่อน
เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ
ภูมิแพ้เด็ก: อาการเจ็บป่วยที่พ่อแม่ต้องให้ความสนใจ
ทารกหายใจแรง อย่านิ่งนอนใจ เช็คด่วนลูกกำลังป่วยเป็นอะไรหรือเปล่า
