fbpx
Homeการตั้งครรภ์อารมณ์คนท้อง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย รับมือได้อย่างไรมาดูกันเลย

อารมณ์คนท้อง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย รับมือได้อย่างไรมาดูกันเลย

การตั้งครรภ์ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของผู้หญิง ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ หนึ่งในเรื่องที่คุณแม่มือใหม่หลายคนต้องเผชิญ ก็คือ “อารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย” ที่เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการหงุดหงิดง่าย ขี้น้อยใจ ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ หรือแม้แต่อารมณ์ดีสุด ๆ ในช่วงหนึ่ง แล้วกลับกลายเป็นเศร้าหมองในอีกช่วงเวลา หลายคนอาจสงสัยว่าอาการเหล่านี้เกิดจากอะไร และจะรับมือกับ อารมณ์คนท้อง อย่างไรดี วันนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจกันค่ะ

สาเหตุของ อารมณ์คนท้อง ที่แปรปรวนบ่อย

การที่ อารมณ์คนท้อง มักจะแปรปรวนบ่อย มีสาเหตุดังนี้

1.การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน  

ระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทและสมองโดยตรง ฮอร์โมนเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอ่อนไหว หงุดหงิด หรือแม้แต่ร้องไห้ได้ง่าย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่เคยทำให้รู้สึกอะไรมาก่อนเลย

2.ความวิตกกังวลและความกดดันทางจิตใจ  

การตั้งครรภ์นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ทั้งเรื่องสุขภาพของลูกในท้อง ความกลัวเกี่ยวกับการคลอด และความคาดหวังจากคนรอบข้าง คุณแม่อาจกังวลว่าจะดูแลลูกได้ดีไหม หรือจะผ่านการคลอดไปได้อย่างปลอดภัยหรือเปล่า ความคิดเหล่านี้สะสมเป็นความเครียดและกดดัน ส่งผลให้ อารมณ์คนท้อง เปลี่ยนแปลงบ่อยและอ่อนไหวมากขึ้น

3.การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย  

เมื่อร่างกายต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เช่น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อาการแพ้ท้อง ปวดเมื่อย หรือรู้สึกไม่สบายตัว สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณแม่หงุดหงิดง่าย รู้สึกเหนื่อยล้า หรือขาดความมั่นใจในรูปร่างและตัวเอง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผลต่ออารมณ์เป็นอย่างมาก

4.การขาดการสนับสนุนจากคนรอบข้าง  

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลจากคนใกล้ชิด หากคุณแม่ไม่ได้รับกำลังใจหรือมีคนคอยรับฟัง อาจรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่ได้รับการเติมเต็มทางจิตใจ ทำให้ คนท้องอารมณ์แปรปรวน หรือเศร้าใจมากขึ้น

5.ความเหนื่อยล้าและพักผ่อนไม่เพียงพอ  

ปัญหาการนอน เช่น นอนไม่หลับ ตื่นบ่อย หรือพักผ่อนไม่เต็มที่ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้าและไม่มีแรง อาการเหนื่อยสะสมนี้มีผลต่ออารมณ์โดยตรง ทำให้คุณแม่หงุดหงิดหรืออ่อนไหวมากกว่าปกติ

6.ปัจจัยอื่น ๆ  

นอกจากปัจจัยหลัก ๆ ข้างต้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อ อารมณ์คนท้อง เช่น ประวัติสุขภาพจิตเดิม ความเครียดจากงาน ปัญหาครอบครัว หรือเรื่องส่วนตัวต่าง ๆ ซึ่งล้วนมีผลต่อสุขภาวะทางจิตใจและอารมณ์ในช่วงตั้งครรภ์

อาการและพฤติกรรมที่พบได้บ่อยช่วงตั้งครรภ์

สำหรับอาการทางด้านอารมณ์และพฤติกรรมต่างๆ ที่มักจะพบได้บ่อยในช่วงตั้งครรภ์ ก็มีดังนี้

  • อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย คุณแม่อาจรู้สึกมีความสุขในช่วงหนึ่ง แต่กลับรู้สึกหงุดหงิด หรือเศร้าใจในอีกไม่กี่นาทีถัดมา อารมณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างมากกว่าปกติ
  • หงุดหงิดหรือโมโหง่าย เรื่องเล็กน้อยที่เคยปล่อยผ่านได้ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่หรือทำให้รู้สึกอารมณ์เสียง่ายขึ้น
  • ร้องไห้ง่าย ขี้น้อยใจ คุณแม่อาจมีความรู้สึกอ่อนไหวมากขึ้น บางครั้งถึงกับร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ หรือรู้สึกน้อยใจในเรื่องที่คนอื่นอาจมองว่าเล็กน้อย
  • ขี้งอน ขี้น้อยใจ มักจะรู้สึกอยากให้คนรอบข้างใส่ใจหรือดูแลเป็นพิเศษ หากไม่ได้รับความสนใจ อาจงอนหรือรู้สึกเสียใจได้ง่าย
  • ความวิตกกังวลและความเครียด คิดมากเกี่ยวกับสุขภาพของลูกในท้อง การคลอด หรืออนาคต ทำให้เกิดความกังวลหรือความเครียดสะสม
  • อาการเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย แม้จะไม่ทำกิจกรรมหนัก ก็รู้สึกเพลียหรืออยากพักผ่อนอยู่บ่อย ๆ
  • นอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิท อาจมีปัญหาการนอน เช่น นอนไม่หลับ ตื่นบ่อย หรือฝันร้าย ส่งผลต่อ อารมณ์คนท้อง ในแต่ละวัน
  • อยากอาหารหรือเบื่ออาหารผิดปกติ บางคนอยากกินอาหารบางอย่างมากขึ้น หรืออาจไม่อยากกินอะไรเลยในบางช่วงเวลา
  • ขาดความมั่นใจในตัวเองหรือรูปร่าง กังวลกับรูปร่างที่เปลี่ยนไป รู้สึกไม่มั่นใจหรือกังวลต่อภาพลักษณ์ของตัวเอง
  • ขี้ลืม หรือสมาธิสั้น (Mom Brain)  ลืมสิ่งที่ตั้งใจจะทำ หรือโฟกัสกับสิ่งต่าง ๆ ได้น้อยลงกว่าช่วงปกติ

ผลกระทบของอารมณ์คนท้องต่อคนรอบข้าง

เมื่อ คนท้องอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตัวเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อคนใกล้ชิดและบรรยากาศในบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนี้

  1. ความสัมพันธ์กับสามีหรือคู่ชีวิต อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยของคุณแม่ อาจทำให้สามีรู้สึกสับสนหรือไม่เข้าใจ เช่น เมื่อคุณแม่หงุดหงิด ขี้น้อยใจ หรือร้องไห้บ่อย สามีอาจรู้สึกเครียดและไม่รู้จะรับมืออย่างไร หากไม่ได้รับการสื่อสารหรือปรึกษากันอย่างเปิดใจ อาจเกิดความห่างเหิน ไม่กล้าพูดคุย หรือเกิดความเข้าใจผิดกันได้
  2. ผลกระทบต่อครอบครัว สมาชิกในบ้าน เช่น พ่อแม่ พี่น้อง หรือผู้สูงอายุ อาจได้รับผลกระทบจากบรรยากาศที่ตึงเครียด หรืออารมณ์ที่อ่อนไหวของคุณแม่ เช่น อาจรู้สึกกดดันเมื่อต้องระวังคำพูด หรือหลีกเลี่ยงการพูดคุยในบางเรื่อง เกิดความเกร็งและไม่สบายใจในการอยู่ร่วมกัน
  3. ผลกระทบต่อเพื่อนหรือที่ทำงาน อารมณ์คนท้อง ที่แปรปรวนอาจทำให้คุณแม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานลดลง เช่น อาจตอบสนองด้วยอารมณ์มากขึ้น หรือหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ส่งผลให้เพื่อนหรือคนรอบข้างรู้สึกห่างเหิน หรือไม่กล้าเข้ามาช่วยเหลือ
  4. บรรยากาศโดยรวมในบ้าน อารมณ์ของคุณแม่ที่แปรปรวนบ่อย อาจทำให้บรรยากาศในบ้านตึงเครียดหรือไม่สดใส คนในบ้านอาจรู้สึกกังวลว่าจะพูดหรือทำอะไรผิดใจคุณแม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การหลีกเลี่ยงหรือไม่กล้าเข้าใกล้

วิธีรับมือกับอารมณ์คนท้อง

เราสามารถรับมือกับอารมณ์คนท้องได้ไม่ยาก ถ้ามีความเข้าใจ โดยขอแนะนำวิธีการรับมืออย่างเหมาะสมดังนี้

  • เข้าใจและยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติ รับรู้ว่าอารมณ์แปรปรวนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและสถานการณ์ในช่วงตั้งครรภ์ ไม่ต้องรู้สึกผิดหรือกดดันตัวเองเกินไป
  • สื่อสารกับคนรอบข้างอย่างเปิดใจ บอกความรู้สึกหรือความต้องการให้คนใกล้ชิดฟัง เช่น บอกสามีหรือครอบครัวว่าอยากให้ช่วยดูแลหรือเข้าใจในช่วงเวลานี้
  • หาวิธีผ่อนคลายจิตใจ ลองทำกิจกรรมที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดูหนังเบา ๆ หรือทำงานอดิเรกที่ชอบ
  • ออกกำลังกายเบา ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ การเดินเล่น โยคะสำหรับคนท้อง หรือยืดเหยียดเบา ๆ จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข และลดความเครียดได้
  • ฝึกหายใจลึก ๆ และทำสมาธิ ฝึกหายใจเข้า-ออกลึก ๆ หรือฝึกสมาธิวันละไม่กี่นาที ช่วยให้จิตใจสงบ ลดความฟุ้งซ่านและความเครียด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ จัดเวลานอนให้เหมาะสม พยายามนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อให้ร่างกายและจิตใจฟื้นฟูอย่างเต็มที่
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลือกอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายและสมอง เช่น ผัก ผลไม้ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • แบ่งปันความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจ  พูดคุยหรือปรึกษาเพื่อนที่เข้าใจ ปรึกษากลุ่มแม่ท้อง หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ได้พบเจอคนที่มีประสบการณ์คล้ายกัน
  • ขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกไม่ไหว หากอารมณ์เศร้าหรือเครียดรุนแรงจนรู้สึกท้อแท้ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางจิตใจ
  • คนรอบข้างควรให้ความเข้าใจและสนับสนุน สามีหรือครอบครัวควรรับฟัง ไม่ตำหนิหรือใช้อารมณ์ตอบโต้ ให้กำลังใจ และช่วยดูแลกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้คุณแม่ผ่านช่วงเวลานี้ไปอย่างราบรื่น

สัญญาณที่ควรพบแพทย์หรือขอคำปรึกษา

อารมณ์คนท้องบางครั้งก็ยากที่จะคาดเดา ดังนั้นต้องสังเกตให้ดี หากมีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ควรพบแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาโดยด่วน

  1. เศร้า หดหู่ หรือไม่มีความสุขติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์
  2. ร้องไห้บ่อยหรือไม่มีเหตุผล
  3. หมดหวัง ท้อแท้ หรือไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง
  4. นอนไม่หลับ หรือหลับมากผิดปกติ
  5. วิตกกังวลรุนแรง คุมอารมณ์ไม่อยู่
  6. เบื่ออาหารหรือกินมากผิดปกติ
  7. เหนื่อย อ่อนเพลีย หมดแรงโดยไม่มีสาเหตุ
  8. มีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น
  9. คนรอบข้างสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่รุนแรง

อารมณ์คนท้อง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกคน ซึ่งคนรอบข้างจะต้องคอยสังเกต และพยายามเข้าใจคุณแม่ให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาวะจิดใจของคุณแม่มากเกินไป ที่สำคัญหากพบสัญญาณเตือนที่ได้กล่าวไป ควรพาคุณแม่ไปพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา อย่าปล่อยไว้นานเด็ดขาด เพราะนั่นไม่ส่งผลดีต่อคุณแม่และทารกในครรภ์แน่นอน

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ:

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular