fbpx
Homeการเลี้ยงลูกการดูแลสุขภาพเด็กเตือนแม่ๆ ป้อนอาหารลูกในท่านอน เสี่ยงสำลักเสียชีวิตได้

เตือนแม่ๆ ป้อนอาหารลูกในท่านอน เสี่ยงสำลักเสียชีวิตได้

เตือนแม่ๆ การ ป้อนอาหารลูกในท่านอน อาจดูง่ายและสะดวก แต่จริงๆ แล้วเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการสำลักจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะ เพราะเมื่อเด็กนอนราบ อาหารอาจเข้าไปติดคอหรือหลอดลม ทำให้หายใจไม่ออกและเกิดภาวะสำลักได้ ถ้าหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี อาจทำให้เกิดภาวะฉุกเฉินรุนแรง เช่น หายใจไม่ออก หรือถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้น ควรป้อนอาหารให้ลูกในท่านั่งหรือให้อยู่ในท่าที่ปลอดภัยที่สุด เช่น นั่งตัวตรง หลีกเลี่ยงการป้อนอาหารในขณะนอนราบ นอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังทำให้ลูกกลืนอาหารได้ง่ายขึ้นด้วย ทั้งนี้เรามาทำความเข้าใจกับเรื่องนี้กันหน่อยดีกว่า

ทำไมการ ป้อนอาหารลูกในท่านอน ถึงเป็นอันตราย  

ทำไมการ ป้อนอาหารลูกในท่านอน ถึงเป็นอันตราย คำตอบง่ายๆ เลยคือ เมื่อเด็กนอนราบ อาหารที่เราป้อนเข้าไปอาจเข้าไปติดคอหรือหลอดลมได้ง่ายกว่าการให้ในท่าปกติ เพราะในท่านอน กล้ามเนื้อคอและทางเดินหายใจยังไม่แข็งแรงพอที่จะควบคุมการกลืนได้ดีเท่ากับตอนนั่ง การสำลักอาหารในท่านอน จึงเสี่ยงมากขึ้น เพราะอาหารอาจเข้าไปในปอด ทำให้เกิดภาวะสำลักหรือหายใจไม่ออกได้ง่ายๆ ถ้าหากไม่รีบแก้ไขก็อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ได้ นอกจากนี้ การป้อนอาหารในท่าที่ไม่เหมาะสมยังทำให้ลูกกลืนอาหารลำบากขึ้น ใครอยากให้ลูกปลอดภัยและไม่เสี่ยง ควรให้ลูกนั่งตัวตรงหรือในท่าที่ปลอดภัยที่สุดจะดีกว่า

ภัยเงียบ อันตรายจากการสำลักอาหาร  

อันตรายจากการสำลักอาหารเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่ออาการเข้าไปติดคอลูก จะทำให้หายใจไม่ออกทันที จนเกิดภาวะขาดอากาศหายใจหรือเสียชีวิตได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก นอกจากนี้ การสำลักอาหารยังอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในปอดตามมาอีกด้วย ดังนั้น ควรระวังและใส่ใจในทุกครั้งที่ป้อนอาหารลูก โดยไม่ควรป้อนอาหารลูกในท่านอนเด็ดขาด

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น  

หลายครั้งเรามักมองข้ามความเสี่ยงจากการ ป้อนอาหารลูกในท่านอน ทั้งๆ ที่อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จริงๆ แล้วมันสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่างที่อันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กเล็กที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงพอ ซึ่งอาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ มาดูกันว่ามีภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง  

1. ปอดอักเสบจากการสำลัก

เมื่ออาหารหรือของเหลวเข้าไปในทางเดินหายใจแทนที่จะเข้าสู่กระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคืองและติดเชื้อในปอด ซึ่งเรียกว่า ปอดอักเสบจากการสำลัก เป็นภาวะที่อาจรุนแรงและต้องรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะอาจทำให้ลูกมีไข้สูง ไอเรื้อรัง หรือหายใจลำบาก ถ้าไม่ดูแลอย่างถูกต้องอาจกลายเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิตได้ 

2. หายใจติดขัดและความเสี่ยงเสียชีวิต  

การสำลักอาหารในท่าที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ทางเดินหายใจอุดตัน จนหายใจไม่ออก ส่งผลให้เกิดภาวะขาดอากาศหายใจอย่างรุนแรง ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในชั่วข้ามคืน หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่ามีอาหารติดคอ จนกระทั่งอาการรุนแรงมากขึ้น การรู้เท่าทันและป้องกันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง  

3. หูน้ำหนวกจากการป้อนนมในท่านอน  

นอกจากปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจแล้ว การป้อนนมในท่านอนยังสามารถทำให้เกิดหูน้ำหนวกได้ง่ายขึ้น เพราะนมอาจไหลเข้าไปในรูหูผ่านทางเชื่อมต่อของหูชั้นกลาง ทำให้เกิดการอักเสบและเป็นน้ำหนวก ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ลูกเจ็บหูและสวนทางกับการพัฒนาการพูดและการได้ยิน ควรให้ลูกนอนในท่าที่ถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหานี้โดยเฉพาะ  

สัญญาณเตือนลูกสำลักอาหาร  

สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังสำลักอาหารจากการ ป้อนอาหารลูกในท่านอน เป็นเรื่องที่ควรรู้ไว้ก่อนจะสายเกินไป เพราะบางทีเราก็อาจมองข้ามอาการเล็กน้อยที่บ่งบอกว่าอาหารเข้าไปติดคอแล้ว เช่น ลูกทำท่าหายใจไม่ออก น้ำลายไหลมากขึ้น หรือมีเสียงครืดคราด ขณะหายใจ ถ้าลูกกลืนอาหารแล้วมีอาการไอแรงๆ หรือกลืนลำบากก็เป็นสัญญาณเตือนอีกอย่างที่ต้องใส่ใจอย่างมาก ถ้าลูกดูเหมือนจะกลืนอาหารไม่สำเร็จแล้วน้ำลายหรืออาหารเริ่มไหลออกมา ก็อาจเป็นสัญญาณว่าอาหารเข้าไปติดคอแล้วนะ อีกทั้งลูกอาจมีอาการตัวเขียว สายตาเบลอ หรือกลืนไม่ลง ซึ่งอาการเหล่านี้ถ้าไม่รีบช่วยเหลือทันที อาจเสี่ยงต่อภาวะขาดอากาศหายใจและอันตรายถึงชีวิตได้ การรู้และสังเกตสัญญาณเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่คุณแม่ควรสังเกตให้ดี

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเด็กสำลัก

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเด็กสำลัก เป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้ไว้ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากการ ป้อนอาหารลูกในท่านอน ถ้าลูกสำลักอาหารและไม่สามารถหายใจได้ ให้เราจับลูกนอนคว่ำบนตักหรือพื้น แล้วใช้หลังมือหรือฝ่ามือเคาะเบาๆ ที่หลังของลูกประมาณ 5 ครั้ง เพื่อช่วยให้สิ่งที่ติดคอหลุดออกมา หรือถ้าไม่สำเร็จ ให้ใช้ท่าประคองแขนและมืออีกรอบ แล้วทำการคลำและกดท้อง (วิธี Heimlich) เพื่อบีบอากาศออกมา วิธีนี้เหมาะสำหรับเด็กโต แต่สำหรับเด็กเล็กควรให้คนอื่นช่วยเหลือและรีบพาไปโรงพยาบาลทันที การรู้วิธีปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องจะช่วยชีวิตลูกได้ในยามฉุกเฉิน อย่ารอช้า รีบเรียนรู้และเตรียมพร้อมไว้เสมอ

วิธีป้อนอาหารลูกอย่างปลอดภัย  

การป้อนอาหารให้กับลูกน้อยเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความใส่ใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องที่ต้องระวังเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัย เพราะหากไม่ปฏิบัติอย่างถูกวิธี อาจเสี่ยงต่อการสำลัก หรือการติดเชื้อได้ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ ในการป้อนอาหารลูกอย่างปลอดภัย มาบอกต่อดังนี้

  • ท่าป้อนอาหารที่ถูกต้อง ควรนั่งลูกในท่าทางตรง ไม่ป้อน อาหารลูกในท่านอน เพื่อป้องกันอาหารสำลัก ควรใช้ช้อนที่มีขนาดพอเหมาะกับปากเด็ก และป้อนอาหารทีละคำอย่างช้าๆ เพื่อให้เด็กเคี้ยวและกลืนได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน ควรให้ลูกนั่งในที่นั่งสูง ( booster seat ) หรืออยู่ในอ้อมแขนของผู้ปกครองเพื่อความปลอดภัย
  • การเลือกภาชนะและอุปกรณ์สำหรับเด็ก ควรใช้ภาชนะที่ปลอดสารพิษ เช่น เซรามิกหรือพลาสติกปลอด BPA ควรเลือกช้อน ส้อม และจานที่เหมาะกับวัยของลูก เพื่อให้เขาง่ายต่อการหยิบจับ และลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกครั้งหลังใช้งานเพื่อความปลอดภัยด้านสุขอนามัย

เคล็ดลับป้องกันการสำลักในเด็กเล็ก  

เด็กเล็กยังเรียนรู้การเคี้ยวและกลืนอาหารได้ไม่ดีพอ หากไม่ระวังอาจเสี่ยงต่อการสำลักได้ง่ายๆ ดังนั้นจึงควรเรียนรู้เคล็ดลับป้องกันการสำลักในเด็กไว้ก่อน วิธีแรกคือเลือกอาหารที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่เล็กเกินไปหรือใหญ่เกินไป ควรหั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้เด็กหยิบจับและเคี้ยวง่ายขึ้น อีกทั้งควรให้เด็กนั่งในท่าที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการให้เด็กวิ่งเล่นหรือเล่นขณะกินอาหาร นอกจากนี้ ควรดูแลอย่างใกล้ชิดในขณะที่ลูกกินอาหารเสมอ ถ้าลูกสำลัก ควรมีความรู้วิธีช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันอันตรายและให้ลูกปลอดภัยที่สุด 

สรุป

สาเหตุลูกสำลักอาหาร เป็นเรื่องที่ควรระวังอย่างมาก เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่สามารถควบคุมการกลืนและเคี้ยวได้ดี การให้ลูกกินในท่านอนอาจเสี่ยงต่อการสำลักอาหาร หรืออาหารเข้าไปในทางเดินหายใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ ควรให้ลูกนั่งในท่าที่เหมาะสม เช่น นั่งในเก้าอี้สูงหรืออยู่ในอ้อมแขนของคุณพ่อคุณแม่ เพื่อความปลอดภัยและการควบคุมอาหารที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการให้ลูกกินในขณะนอนหลับหรือในท่านอนราบ เพราะอาจทำให้อาหารสำลักและเกิดอันตรายได้ ถ้าคุณแม่ดูแลอย่างถูกวิธี และป้อนอาหารลูกในท่าที่เหมาะสม อันตรายก็จะไม่เกิดขึ้น

เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular